Frequently Asked Questions

Last updated: Mar 30, 2020  |  3816 Views  |  บทความ

Frequently Asked Questions

G-Park
Specialist in Mechanical Parking


เครื่องจักรกลจอดรถอัตโนมัติมีกี่ประเภท?
ระบบถาดหรือไม่มีถาด Pallet or Pallet less.

    

ระบบเครื่องจักรกลจอดรถอัตโนมัติ ( Mechanical Parking ) สามารถแบ่งออกตามลักษณะของการรองรับรถ ( Cars Suspense ) ได้ 2 ประเภทใหญ่ได้ดังนี้


1) ระบบรองรับรถด้วยถาด ( Pallet type )
2) ระบบรองรับรถโดยไม่ใช่ถาด ( Non-Pallet or Pallet less type )


โดยแต่ละประเภท มีลักษณะการใช้งานและข้อจำกัดแตกต่างกันดังนี้




 1) ระบบรองรับรถด้วยถาด ( Pallet Type )

เป็นการออกแบบระบบรองรับรถให้จอดอยู่บนถาดรองรับ ( Pallet ) กลไกไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้ใช้สามารถขับรถเข้ามาจอดด้วยตัวเองบนถาดที่จัดรองรับไว้ให้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องจักรจะมาทำให้เกิดการขูดขีดกับยางหรือล้อแม็คหรือบังโคลน Skirt board หรือการจอดรถไม่ตรงกึ่งกลางแนวของเครื่องจักร จำเป็นต้องมีกลไลจัดแนวกึ่งกลาง ( Centering device ) หรือข้อกังวลเรื่อง เศษหิน หรือทราย กระเด็นมาโดนรถคันอื่น หรือป้องกันปัญหา นำ้มันเครื่อง นำ้มันเกียร์ หรือน้ำทิ้งจากระบบปรับอากาศ หยดลงมาสร้างความเสียหายกับรถคันที่อยู่ด้านล่าง เป็นต้น หมายถึงทุกอย่างจะหยดและสะสมอยู่บนถาดเท่านั้น ไม่สร้างความสกปรกเลอะเทอะกับรถคันที่อยู่ข้างล่างเครื่องจักรกลจอดรถอัตโนมัติ ประเภทนี้เป็นที่นิยมเนื่องจากการใช้งานและการบำรุงรักษาง่าย ไม่ซับซ้อน ทนทาน และมีความเชื่อถือสูง G-Park ใช้เครื่องจักรประเภทนี้ในระบบต่อไปนี้

ระบบยกและเลื่อน ( Lift and Slide ) มีผลงานที่แล้วเสร็จเป็นจำนวนมากหลากหลายโครงการ

อาทิเช่น โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 จำนวน 100 คัน แล้วเสร็จมาตั้งแต่ปี 2556 

คอนโด Than Living ประชาอุทิศ จำนวน 48 คันปี 2558

โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา จังหวัดชลบุรี จำนวน 150 คัน ในปี 2560 เป็นต้น

ส่วนในระบบ ยกและพาไปจอด ( Lift and Carrier ) หรือ Multi floor Parking ลงใต้ดิน หรือเป็นลักษณะอาคารสูง ( Tower Parking ) 

G-Park ได้พันธมิตรรายใหญ่ที่สุดและมีประสบการณ์สูงสุดสัญชาติเกาหลี บริษัท Dongyang Menics จำกัด

บริษัทอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างและติดตั้ง อย่างน้อย 5 โครงการ ได้แก่

โครงการ The Bangkok ทองหล่อ 1 จำนวน 194 คัน เจ้าของโครงการบริษัท แลนด์แอนเฮ้าส์ จำกัด ( มหาชน ) 

โครงการ The Bangkok สุขุมวิท 38 จำนวน 79 คัน เจ้าของโครงการบริษัท แลนด์แอนเฮ้าส์ จำกัด ( มหาชน ) 

โครงการ The Siamese Exclusive Sukhumvit 31 จำนวน 86 คัน เจ้าของโครงการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด

โครงการ The Siamese Exclusive QUEEN จำนวน 136 คัน เจ้าของโครงการ บริษัท ไซมิส ควีน จำกัด

โครงการ The Rich @ Nana สุขุมวิท 3 จำนวน 249 คัน เจ้าของโครงการ บริษัท ริชชี่เพลส (2002) จำกัด ( มหาชน )

เป็นต้น

 


2) ระบบรองรับรถโดยไม่ใช้ถาด ( Pallet less or Non Pallet Type )


เป็นการออกแบบระบบรองรับรถแบบไม่ใช้ถาดรองรับ แต่มีลักษณะการรองรับที่แตกต่างออกไป 3 ประเภทดังนี้


2.1 ระบบรองรถด้วยเหล็กเว้นระยะ ( Comb Exchange )


2.2 ระบบรองรับรถด้วยเครื่องจักรหนีบล้อ ( Gripper or Shifter )


2.3 ระบบรองรับรถด้วยเครื่องจักรนำทาง ( AGV. : Automated Guide Vehicle )


     เนื่องจากระบบไม่มีถาดมีข้อย่อยอีก 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสีย ไม่เหมือนกัน จึงต้องแบ่งการพิจารณาออกตามประเภทดังนี้





     2.1 ระบบรองรับรถด้วยเหล็กเว้นระยะ ( Comb Exchange ) ระบบนี้ไม่ใช่การใช้ถาดแต่ใช้เหล็กเว้นระยะเป็นที่รองรับล้อรถ

  
มีข้อดีคือ มีชิ้นส่วนเครื่องจักรน้อยกว่า คือไม่มีถาด ( Pallet ) ทำให้ระบบมีนำหนักโดยรวมน้อยกว่า และมีความเร็วในการ
รับและเรียกรถเร็วได้สั้นกว่า เนื่องจากไม่จำเป็นต้องนำถาดที่ว่างไปเก็บก่อนนั้นเอง อีกทั้งมีระยะความสูงของชั้น ( Floor to Floor ) เตี้ยกว่าระบบถาดประมาณ 50-100 mm. แต่มีข้อเสียที่จะต้องป้องกันคือ เครื่องจักรที่ใช้ในการทำงานรับส่งรถ ( Carts – Robot – Carrier ) มีความซับซ้อน เพราะทำหน้าที่ 4 ลักษณะในเวลาเดียวกันกล่าวคือ

1) รับ – ส่งรถ ( In & Out Transfer Traveling )

2) เคลื่อนที่ส่งรถซ้ายและขวา ( L & R Traveling )

3) ยกขึ้น- ลง ( Up & Down Traveling )

4) จัดการจอด ให้อยู่ในแนวกึ่งกลาง ( Centering device ) โอกาสเสียหายชำรุดสูงกว่าระบบถาด ซึ่งมีกลไกการทำงานเพียงข้อ 1-2 เท่านั้น เนื่องจากมีชิ้นส่วนเครื่องที่น้อยกว่านั้นเอง

อีกประการคือ กลไลการทำงานรับส่งรถ ( Carts-Robot – Carrier ) จะต้องได้รับการออกแบบมาอย่างดีจึงจะไม่มีปัญหาการใช้งาน มีสินค้าหลากหลายแหล่งที่มา ออกแบบไม่แข็งแรงเพียงพอ เกิดปัญหาความล้าในเนื้อวัสดุ เพราะต้องรับน้ำหนักมากและทำงานซ้ำๆจนเกิดปัญหาเสียหายเพราะความล้าในวัสดุ ( Fatigue Failure )

และที่ตามมาอีกประการคือ ความทนทานของการออกแบบเครื่องจักรซึ่งพบมีปัญหามากในเครื่องจักรประเภทนี้ จึงพบปัญหาติดขัดในเครื่องจักรประเภทนี้อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเครื่องจักรไม่คุณภาพ และการดูแลบริการหลังการขายที่ไม่ได้มาตราฐาน

ข้อจำกัดอีกประการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการกระทบกันของล้อแม็คและยางเนื่องจากเครื่องประเภทนี้ต้องการการจอดรถที่ได้กึ่งกลาง จึงจะทำงานได้ อีกทั้งปัญหาการตกหล่นของหิน ทราย น้ำฝน และน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำทิ้งจากระบบปรับอากาศ จะสร้างปัญหาให้เกิดกับระบบในระยะยาวหากไม่ได้รับการดูแลจัดการที่ดี


สินค้าของ G-Park สำหรับระบบ Pallet less – Non Pallet on Comb Exchange นั้น เราไว้วางใจ YEE-FUNG จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรจอดรถอัตโนมัติในระบบอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดของจีน และบริษัทยังมีผลงานโครงการใหญ่ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2560 จำนวน 296 คัน ที่ เจ้าของโครงการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน ) ที่ โรงพยาบาล กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซ.ศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

 

 

     2.2 ระบบรองรับรถด้วยเครื่องจักรหนีบล้อ ( Gripper or Shifter )

เป็นระบบที่ไม่มีอุปกรณ์รองรับ ส่วนมากล้อรถยนต์จะวางอยู่บนคอนกรีต โดยมีเครื่องจักรรับส่งรถ ( Carts-Robot–Carrier ) ทำหน้าที่เข้ามาหนีบล้อและยกล้อรถขึ้นทั้ง 4 ล้อ ยกรถขึ้นทั้งคัน และพาไปจอดตามตำแหน่งที่กำหนด เป็นเครื่องจักรที่มีซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากระบบการควบคุมแขนกล ( Arm or Gripper ) มีระบบการควบคุมที่ยุ่งยากและซับซ้อน อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ เข้ามาช่วยการทำงานอีกด้วย เป็นระบบ Mechatronic สมบูรณ์แบบ อีกทั้งระบบจัดกึ่งกลางมีความซับซ้อนขึ้นมาอีก ระบบนี้จึงต้องการผู้ผลิตที่มีความชำนาญอย่างแท้จริง ยี่ห้อหรือบริษัทที่ไม่มีผลงานที่เชื่อถือได้ จะมีปัญหาการใช้งานและบำรุงรักษาแน่นอน ข้อดีคือระยะห่าง Floor to Floor เตี้ยที่สุด สำหรับรถเก๋งทั่วไป ระบบนี้ต้องการ F-F เพียง
1,650 mm เท่านั้น ส่วนความเร็วขึ้นกับยี่ห้อและบริษัทผู้ผลิตแต่ละรายจะทำได้ ซึ่งสินค้าประเภทนี้ G-Park เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ Lodige , Germany ซึ่งมีผลงานที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ DOKK1 เมือง Aarhus ประเทศเดนมาร์ก มาแล้วกว่า 1,000 คัน บริษัทยินดีเชิญชวนไปเยี่ยมชมประสิทธิภาพได้ตลอดเวลา

 

     2.3 ระบบรองรับรถด้วยเครื่องจักรนำทาง ( AGV. : Automated Guide Vehicle )

ระบบนี้เป็นเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุด เป็นการใช้ Full Automatic Guide Vehicle นำทางด้วยระบบเลเซอร์ รถจะถูกนำไปจอดและเรียกกลับมาอย่างอัตโนมัติโดยไม่มีเครื่องจักรในการนำพา และทางวิ่งด้วยเครื่องจักรกล ทำงานเงียบที่สุด ระยะห่างระหว่างชั้น F-F เตี้ยที่สุดเพียง 1,650 mm. เท่านั้น ระบบนี้เหมาะที่สุดสำหรับพื้นที่จอดรถที่ไม่สมมาตร เช่น เป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมคางหมู หรือพื้นที่แบบต่างๆที่มีลักษณะใกล้เคียง จะทำให้สามารถจอดรถได้มีประสิทธิภาพการใช้พื้นที่สูงสุด

ในระบบนี้ G-Park ทำงานร่วมกับ YEE–FUNG ผู้ผลิตเครื่องจักรกลจอดรถอัตโนมัติรายแรกและรายใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียว หากลูกค้าสนใจสามารถติดต่อ G-Park เพื่อเดินทางไปเบี่ยมชมโรงงานและโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จได้ทันทีเช่นกัน

โดยทั้ง 2 ระบบที่กล่าวมานั้น มีการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ตามลักษณะการใช้งาน ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ราคาที่แตกต่างกันตามปัจจัยความต้องการของผู้ใช้งาน เป็นต้น G-Park ผู้เชี่ยวชาญระบบเครื่องจักรกลจอดรถอัตโนมัติ ได้ทำการศึกษาและให้ความสนใจทั้งสองระบบ ได้ดำเนินการคัดเลือกพันธมิตร และเทคโนโลยี่ที่เหมาะสมกับบ้านเรา ตลอดจนการใช้งานที่สะดวก ไม่ยุ่งยาก มีความเสถียร เชื่อถือได้ ตลอดจนการให้บริการหลังการขายที่ประหยัด มีความทนทานต่อการใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานและการบำรุงรักษาต่ำ

 

Related content

แนะนำ

Jun 13, 2020

WORK PROCESS

Nov 06, 2017

Powered by MakeWebEasy.com